เสริมทักษะหลากหลายแก่เด็กด้วยดนตรี | Charoenpanya

เสริมทักษะหลากหลายแก่เด็กด้วยดนตรี

เสริมทักษะหลากหลายแก่เด็กด้วยดนตรี

by webmaster
20 กรกฎาคม 2563

           การเลี้ยงลูกด้วยเสียงดนตรีถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความสนใจและเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่คุณพ่อและคุณแม่ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะการให้ลูกได้ยินเสียงดนตรีถือเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการด้านการฟัง ซึ่งเป็นพัฒนาการลำดับแรกสุดของลูกเลยก็ว่าได้ ลูกสามารถฟังทุก ๆ เสียงที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ซึ่งลูกจะมีความพึงพอใจในเสียงดนตรีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาสามารถรับรู้ระดับเสียงสูงต่ำได้อย่างดี รวมถึงสามารถแยกแยะเสียงพูด เสียงร้องเพลงของแม่ออกจากเสียงผู้หญิงคนอื่นได้ หากได้รับการกระตุ้นทางการได้ยินอยู่เสมอ ผ่านการฟังดนตรีตั้งแต่อยู่ในท้อง จะทำให้เขามีการตอบสนองต่อเสียงได้ดีขึ้น เมื่อเวลาแม่ปลอบหรือร้องเพลงให้ลูกฟัง จะทำให้ลูกรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ของลูกได้เป็นอย่างดี แล้วเสียงดนตรีจะช่วยสร้างจินตนาการและเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้อย่างไร และจะส่งเสริมทักษะด้านใดบ้าง 

 

1.ดนตรีช่วยพัฒนาสมอง สมองของเด็กเรียนรู้ได้ดีมากกว่าผู้ใหญ่หลายพันเท่า โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี สมองจะมีความตื่นตัวในการทำงานอย่างมาก จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะเร่งพัฒนาการและการเจริญเติบโต จากการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ดนตรีนั้นเป็นเสียงที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวลูกอยู่แล้ว จึงมีอิทธิพลต่อการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม หรือสติปัญญา หากเลือกใช้ดนตรีที่เหมาะสมก็จะช่วยพัฒนาระบบต่าง ๆ ภายในสมองของลูกให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น

2.พัฒนาด้านทักษะคณิตศาสตร์ ทักษะการคิดคำนวณสามารถสร้างได้ด้วยการเล่นดนตรีเช่นเดียวกัน เนื่องจาก งานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาในกลุ่มที่เคยเล่นดนตรีมาก่อน เด็กที่เล่นคีย์บอร์ดมีคะแนนการทดสอบสูงกว่าเด็กที่เล่นเปียโนและร้องเพลงมาก ดังนั้นหากลูกสนใจเล่นคีย์บอร์ดก็น่าสนับสนุนทีเดียว เพราะเป็นไปได้ว่าเขาจะมีทักษะการคิดคำนวณที่ยอดเยี่ยมตามมาด้วย

3.พัฒนาด้านสติปัญญา การเล่นดนตรีเป็นการที่สมองสองซีกเชื่อมโยงกันได้ดี ทำให้การสื่อสารส่งผ่านข้อมูลเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงส่งผลต่อการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาได้ มหาวิทยาลัยโทรอนโตแห่งแคนาดาทดลองแบ่งเด็กออกเป็นสี่กลุ่ม โดยสองกลุ่มแรกเรียนคีย์บอร์ดและร้องเพลงห้าวันต่อสัปดาห์ เป็นเวลาเจ็ดเดือน ส่วนสองกลุ่มหลังทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การเล่นดนตรี ปรากฏว่าทั้งกลุ่มที่เรียนดนตรีและไม่เรียนดนตรีมีไอคิวสูงขึ้นตามพัฒนาการ แต่ข้อแตกต่างคือ เด็กกลุ่มที่เรียนดนตรีมีไอคิวสูงขึ้นถึง 7 จุด ขณะที่อีกกลุ่มที่ไม่ได้เรียนดนตรีนั้นมีไอคิวเพิ่มขึ้น 4.3 จุด

4.พัฒนาด้านร่างกายและสุขภาพที่ดี ไม่เพียงการพัฒนาทางสติปัญญาและจิตใจเท่านั้น การเล่นดนตรียังช่วยเพิ่มทักษะการประสานงานของส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้ การทดสอบทางวิทยาศาสตร์พบว่า ในวัยก่อนเข้าเรียน การเล่นดนตรีมีประโยชน์พอๆ การเล่นพละด้วยซ้ำ แถมยังช่วยปรับท่าทางที่ดีขึ้นให้ร่างกาย ทำให้อารมณ์ดีขึ้น ลดความตึงเครียด และเพิ่มความสุขสนุกสนานได้เช่นกัน

5.พัฒนาตนเองและทักษะด้านสังคม การเล่นดนตรีเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ในด้านการพัฒนาตนเองและทักษะการเข้าสังคม ในด้านการพัฒนาตนเอง การเล่นดนตรีจะทำให้เด็กรู้สึกประสบความสำเร็จจากความมุ่งมั่นและอดทนที่เกิดจากการฝึกซ้อมจนทำได้ รวมถึงเป็นการสร้างวินัยให้ตัวเองไปในตัว ทักษะและการเรียนรู้ในการพัฒนาตนเองเหล่านี้ยังนำไปสู่พัฒนาการทางสังคม ความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเองจากการเล่นดนตรีส่งผลให้เด็กมีทักษะทางสังคมที่ดียิ่งขึ้น การเล่นดนตรีเป็นทีมหรือการเรียนรู้ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ ช่วยสร้างมิตรภาพและความรู้สึกในการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยเสียงดนตรีนั้นมีข้อดีกับลูกมากมายด้วยกัน นอกจากจะส่งเสริมพัฒนาการแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ลูกได้ผ่อนคลายจากเสียงดนตรีอีกด้วย ยิ่งถ้าคุณแม่ได้มาเล่นดนตรีกับลูกด้วยแล้วจะรู้สึกสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

 

บทความโดย : Goodjob for kids